“ไทยฮาเบล อินดัสเตรียล” ปั้น “altron”

ทีวีแบรนด์ไทย สร้างชื่อส่งออก

“โทรทัศน์” หรือที่เรานิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “ทีวี” ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ หลายราคา จึงไม่ง่ายนักหากคิดจะสร้างแบรนด์ใหม่เข้ามาตีตลาดให้แตก แต่สำหรับ “ไทยฮาเบล อินดัสเตรียล” ที่คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและรับจ้างผลิต (OEM) มาร่วม 28 ปี ไม่ได้เกรงกลัวจุดนี้เพราะ “อัลทรอน” แบรนด์น้องใหม่มีดีกว่าที่คิด

คุณนริทร์เดช ทวีแสงพาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยฮาเบล อินดัสเตรียล จำกัด เล่าว่า บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 ตั้งแต่สมัยคุณพ่อ เริ่มต้นจากการเป็นโรงงานรับจ้างผลิตและประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าในหมวดภาพและเสียง เช่น โทรทัศนสี แอลซีดี แอลอีดี และเครื่องเล่นดีวีดี ให้กับแบรนด์ชั้นนำในไทย แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2557 โรงงานเกิดเหตุไฟไหม้ สร้างความเสียหายไปกว่า 120 กว่าล้านบาท

“ในวันนั้นเราบอบช้ำมาก ถึงขนาดว่าจะล้มเลิกกิจการ แต่ในท้ายที่สุดก็ตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง และที่สำคัญผมเห็นช่องทางที่น่าสนใจกว่าการรับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียว นั่นคือการสร้างแบรนด์ของตนเอง และต้องเป็นแบรนด์ที่ส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศได้ด้วย”

ปลายปี 2558 ไทยฮาเบล อินดัสเตรียล จึงมุ่งลุยตลาดส่งออกอย่างจริงจัง โดยใช้สินค้าที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดในการผลิตอย่างทีวี ในชื่อแบรนด์ “อัลทรอน” เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางจนถึงล่าง ในราคา 5,000-8,000 บาท แต่ถ้าเปรียบเทียบกันในด้านคุณภาพแล้ว ต้องยอมรับว่า “อัลทรอน” เทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศเลยทีเดียว ส่วนกลุ่มเป้าหมายแรกที่มุ่งไป คือ CLMV ซึ่งจากการศึกษาลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV หากเห็นว่าสินค้า Made in Thailand ก็จะเกิดการยอมรับโดยอัตโนมัติ”

แต่กระนั้น การจะตีตลาด CLMV ให้แตก ย่อมต้องสร้างความมั่นใจจากภายในเสียก่อน กลยุทธ์ผลักดัน “อัลทรอน” เข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดและร้านค้าชั้นนำในประเทศไทยจึงถูกนำมาใช้ เพราะถือเป็นใบเบิกทางสำคัญสำหรับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และภายหลังจากที่สินค้าได้เข้าสู่ประเทศเป้าหมายแล้ว กลยุทธ์ที่ห้ามละเลยโดยเด็ดขาด คือ การหมั่นออกงานแสดงสินค้าและจับคู่เจรจาธุรกิจ Business Matching อยู่เป็นประจำ เพื่อให้ผู้นำเข้าและผู้บริโภคเกิดการจดจำ รวมถึงยังสามารถสร้างฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดทีวีในต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มีแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศเข้ามาบุกตลาด ดังนั้นเพื่อช่วงชิงยอดขาด ไทยฮาเบล อินดัสเตรียล จึงไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐานประกอบกับด้านราคา ดีไซน์ ระบบภาพ สี เสียง และฟังก์ชั่นเสริมการใช้งาน ต้องจับใส่เทคโนโลยีให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เรียกว่าชิงเหลี่ยมด้านการตลาดกันอยู่ตลอดเวลา

“วันนี้ผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ แม้จะต้องเริ่มจากติดลบถึง 120 ล้าน แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคือ ถ้าหากไม่คิดจะเริ่มต้น มันก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องลุกขึ้นมาสู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ให้เป็นอย่างที่เราต้องการจะดีกว่า” คุณนริทร์เดช กล่าวทิ้งท้าย