ฟิลิปปินส์ ว่าที่มหัศจรรย์แห่งเอเชีย

ปี 2558 ที่ผ่านมา สถานการณ์เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ถือว่าสร้างความน่าสนใจไม่น้อย มีตัวชี้วัดหลายอย่างที่ดีขึ้น รวมถึงมีอัตราขยายตัวมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน เพราะจากที่เคยเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย ไม่แน่ในอนาคตข้างหน้าแดนตากาล็อกแห่งนี้อาจกลายเป็นว่าที่มหัศจรรย์แห่งเอเชียในไม่ช้า AEC FOCUS จะติดตามและนำมาเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบกัน

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

โดยจากข้อมูลที่สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา สามารถจำแนกความน่าสนใจของฟิลิปปินส์ออกเป็น 3 ข้อหลักๆ ดังนี้

1. สำหรับข้อมูลด้านตัวเลข พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งหมดของฟิลิปปินส์ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2558 เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 โดยการเติบโตในไตรมาสนี้ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยธุรกิจภาคบริการเป็นหลัก เช่น การอสังหาริมทรัพย์ การสร้างกิจกรรมทางธุรกิจและการเช่าสถานที่ ทำให้สถานการณ์ของฟิลิปปินส์ ในขณะนี้ต่างถูกจับตามองจากบรรดาประเทศผู้ส่งออกทั่วโลก ทั้งในด้านการเงินและการประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ การค้าปลีก และค้าส่งตามลำดับ

2. ฟิลิปปินส์กำลังมีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ซึ่งในแต่ละปีเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้านคน จากที่เคยมีประมาณ 98.39 ล้านคนในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านคนในปี 2557 และเพิ่มขึ้นประมาณ 101.8 ล้านคนในช่วงปี 2558 และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2559 ประชากรจะเพิ่มขึ้นถึง 105 ล้านคน

ปัจจัยด้านจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลให้การใช้จ่ายในครัวเรือนของฟิลิปปินส์ในปัจจุบันมีอัตราเพิ่มถึงร้อยละ 7 โดยเมื่อเทียบเป็นสกุลเงินบาทไทย ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนของชาวฟิลิปปินส์ทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 5,280,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายหลักๆ แบ่งเป็นการใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุดประมาณ 2,160,000 บาท รองลงมา คือสินค้าและบริการเบ็ดเตล็ดประมาณ 655,000 บาท และค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย ค่าสาธารณูปโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงอีกประมาณ 645,000 บาท

3. ตลาดนำเข้าฟิลิปปินส์ขยายตัวอย่างมากในช่วงมกราคม – ตุลาคม 2558 มีมูลค่าสูงถึง 56,534 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.02 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.56 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 โดยกลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น 10 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสินค้าน้ำมัน ยางมะตอยและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสินค้าอุปกรณ์การขนส่ง กลุ่มสินค้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมและอุปกรณ์ กลุ่มสินค้าอาหารและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กลุ่มสินค้าชิ้นส่วนการผลิตเบ็ดเตล็ด กลุ่มสินค้าเหล็ก กลุ่มสินค้าธัญพืชและธัญพืชแปรรูป กลุ่มสินค้าพลาสติก และกลุ่มสินค้าอุปกรณ์โทรคมนาคม เครื่องจักร และอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนมูลค่าการส่งออกของสินค้าไทยไปฟิลิปปินส์ในปี 2558 อยู่ที่ 5,991.65 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.14 แสนล้านบาท) มีการขยายตัวมากกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2557 ที่ส่งออกอยู่ที่ 5,868.07 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.09 แสนล้านบาท) เรียกว่ามีอัตราขยายตัวถึงร้อยละ 2.11 จากมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปฟิลิปปินส์ทั้งหมดเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านี้เมื่อพิจารณาการส่งออกสินค้าไทยไปยังฟิลิปปินส์พบอีกว่า ไทยส่งออกสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบไปยังฟิลิปปินส์ตลอดปี 2558 เป็นมูลค่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆ ที่ไทยส่งออกไปฟิลิปปินส์ คือ 2,067.85 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.39 หมื่นล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.21 ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 แต่อย่างไรก็ตามพบว่าสินค้าไทยที่มีอัตราการขยายตัวในฟิลิปปินส์มากที่สุด คือ กลุ่มสินค้าข้าว ซึ่งมีมูลค่า 298.26 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.06 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2557 ซึ่งส่งออกอยู่ที่ 141.57 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.06 พ้นล้านบาท) โดยขยายตัวร้อยละ 110.68 จากการส่งออกข้าวไทยไปฟิลิปปินส์ทั้งหมด

สินค้าไทยที่มีศักยภาพในฟิลิปปินส์

อย่างที่ได้นำเสนอไปข้างต้นว่าสินค้าไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกมายังตลาดฟิลิปปินส์และคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ กลุ่มสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และกลุ่มสินค้าข้าว

กลุ่มสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สำหรับภาครวมในตลาดฟิลิปปินส์นั้น พบว่า ยอดขายรถยนต์และรถบรรทุกในปี 2558 สูงถึง 261,930 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 สาเหตุมาจากปัจจัยด้านรายได้ประชากรระดับกลางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้พบว่ายังมีอัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ค่อนข้างต่ำหรืออยู่ที่ 35 คันต่อประชากร 1,000 คน นอกจากนี้รถยนต์ในฟิลิปปินส์มากกว่าครึ่งยังมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ทำให้คาดว่าน่าจะมีการเปลี่ยนรถยนต์ในอนาคต แสดงให้เห็นว่าสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบของไทยยังมีโอกาสและศักยภาพที่จะเติบโตอีกมากในฟิลิปปินส์

กลุ่มสินค้าข้าว โดยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา รัฐบาลฟิลิปปินส์โดยองค์การอาหารแห่งชาติ (NFA) ได้จัดการประมูลนำเข้าข้าวขาวชนิดหัก 25% ปริมาณรวม 750,000 ตัน ผ่านการซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐเพื่อเป็นสต๊อกข้าวสาร เพื่อไว้สำหรับสร้างความมั่นใจว่าฟิลิปปินส์จะมีปริมาณข้าวเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ โดยผลจากการเปิดประมูลดังกล่าวปรากฏว่าฟิลิปปินส์ตกลงที่จะซ้อข้าวจากไทยรวม 300,000 ตัน

สำหรับช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 ข้าวไทยยังคงสดใสและเป็นที่ต้องการของฟิลิปปินส์เช่นเคย โดยมีการสั่งซื้อจากฟิลิปปินส์รวมแล้วสูงถึง 500,000 ตัน ซึ่งจะถูกแบ่งจัดส่งออกเป็น 3 ล๊อต คือ ล๊อตแรก 175,000 ตัน ส่งภายในสิ้นเดือนมกราคม ล๊อตที่สอง 175,000 ตัน ส่งภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และล๊อตสุดท้าย 150,000 ตันส่งภายในสิ้นเดือนมีนาคมและจากการคาดการณ์ทำให้พบว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์อาจมีการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นกว่า 1.8 ล้านตันตลอดปี 2559 ซึ่งยอดการสั่งซื้อทั้ง 2 ช่วงนี้เป็นผลพวงที่เกิดมาจากปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติในฟิลิปปินส์ทั้งสิ้น

การกำหนดกลยุทธ์พิชิตตลาดฟิลิปปินส์

ด้านประชาสัมพันธ์ เป็นที่ทราบดีว่าผู้บริโภคระดับชนชั้นกลางของฟิลิปปินส์กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น ประกอบกับอิทธิพลของสื่อโซเซียลมีเดีย ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์จำนวนไม่น้อย แต่สำหรับสื่อและการทำประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิมนั้น ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม เพราะอย่างไร โทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์ ก็ยังคงเป็นสื่อหลักที่ชาวฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญเช่นเคย ยกตัวอย่างการใช้งบประมาณในการเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดการแข่งขันกีฬาหรือจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเพื่อแนะนำการใช้สินค้าผ่านสื่อดังกล่าวเพื่อสร้างการจดจำที่ดี เป็นต้น

การกำหนดราคา เนื่องจากผู้บริโภคฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อราคาสินค้า ซึ่งต้องไม่ลืมว่าฐานประชากรกว่าร้อยละ 70 เปอร์เซ็นต์ของประชาการทั้งหมดในฟิลิปปินส์ยังอยู่ในระดับชนชั้นล่าง ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมเลือกซื้อสินค้าราคาถูก ดังนั้น สำหรับสินค้าบางกลุ่ม เช่น กลุ่มเครื่องสำอาง และสบู่เหลว ควรใช้กลยุทธ์การปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลงเพื่อให้ผู้บริโภคมีกำลังเพียงพอที่จะซื้อสินค้าในราคาที่ย่อมเยาได้

ในปี 2559 นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างมากในการเข้ามาลงทุนในฟิลิปปินส์ของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากปัจจัยบวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการภายในประเทศที่กำลังขยายตัว และนโยบายส่งเสริมการลงทุนของฟิลิปปินส์

ท้ายนี้ขอฝากสักนิด หากผู้ประกอบการไทยรายใดที่มีความสนใจและต้องการขยายธุรกิจทั้งด้านการค้าและการลงทุนมายังตลาดฟิลิปปินส์สามารถติดต่อสอบถามมาที่สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา ซึ่งยินดีให้บริการด้านข้อมูลตลาด รายชื่อผู้นำเข้า และกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจมายังตลาดฟิลิปปินส์

ที่มาข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา